บริการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร)
ความรู้โลจิสติกส์

บริการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร)

28 เมษายน 2569
กลับไปหน้าบทความ

Free Zone (เขตปลอดอากร) คือพื้นที่พิเศษที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้น เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยสินค้าที่อยู่ในเขตนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและอากรตามกฎหมาย

Free Zone (เขตปลอดอากร) คืออะไร

Free Zone (เขตปลอดอากร) คือ พื้นที่ที่รัฐ (โดยกรมศุลกากร) กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรม การค้า หรือโลจิสติกส์ โดยสินค้าที่นำเข้าไปในพื้นที่นี้จะได้รับ "สิทธิประโยชน์ทางภาษีและอากร" ตามกฎหมาย

กล่าวง่าย ๆ คือ เป็น "พื้นที่ปลอดภาษีชั่วคราว" ที่สินค้าแม้จะอยู่ในประเทศไทย แต่ถือว่ายัง "ไม่ได้นำเข้าอย่างสมบูรณ์"

ลักษณะสำคัญ

  • ใช้สำหรับการผลิต (Manufacturing), คลังสินค้า (Warehousing) และกระจายสินค้า (Distribution)
  • ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญ เช่น ท่าเรือ สนามบิน หรือนิคมอุตสาหกรรม
  • ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศุลกากรก่อนดำเนินการ

สิทธิประโยชน์ของ Free Zone

การดำเนินธุรกิจในเขตปลอดอากรมีข้อได้เปรียบหลักด้าน "ภาษี" และ "ความคล่องตัวทางธุรกิจ"

1. สิทธิด้านภาษีและอากร

  • ยกเว้นอากรขาเข้า (Import Duty)
  • ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT – Value Added Tax)
  • ยกเว้นภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) ในบางกรณี
  • หากส่งออกสินค้า ไม่ต้องเสียภาษีขาออก

2. สิทธิด้านการดำเนินธุรกิจ

  • เก็บสินค้าได้ไม่จำกัดระยะเวลา
  • นำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบได้โดยไม่ต้องเสียภาษี
  • ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

3. สิทธิด้านโลจิสติกส์

  • รองรับ Regional Distribution Center (ศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาค)
  • ลดขั้นตอนภาษีระหว่างกระบวนการผลิต
  • เพิ่มความรวดเร็วในการนำเข้า–ส่งออก

เอกสารที่จำเป็น (สำหรับขอจัดตั้ง/ดำเนินการ)

เอกสารอาจแตกต่างตามประเภทกิจการ แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย

1. เอกสารนิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัท (Certificate of Incorporation)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • หนังสือบริคณห์สนธิ

2. เอกสารโครงการ

  • แผนผังพื้นที่ (Site Plan)
  • รายละเอียดกิจการ (Business Plan)
  • แผนการผลิต/จัดเก็บสินค้า

3. เอกสารด้านศุลกากร

  • รายละเอียดระบบควบคุมสินค้า (Inventory Control System)
  • ระบบบัญชีสินค้า (Stock Control)
  • รายงานกระบวนการนำเข้า–ส่งออก

4. เอกสารอื่น ๆ

  • เอกสารสิทธิที่ดิน / สัญญาเช่า
  • ใบอนุญาตโรงงาน (ถ้ามี)
  • รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA – Environmental Impact Assessment)

ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินธุรกิจใน Free Zone ต้องมีใบอนุญาตหลายประเภท ได้แก่

  1. ใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากร — ออกโดยกรมศุลกากร สำหรับผู้พัฒนาโครงการ (Developer)
  2. ใบอนุญาตประกอบกิจการใน Free Zone — สำหรับผู้ประกอบการ (Operator) เช่น โรงงาน คลังสินค้า หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์
  3. ใบอนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้อง — ใบอนุญาตโรงงาน (ตามกฎหมายโรงงาน), ใบอนุญาตนำเข้า–ส่งออก, ใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินงาน Free Zone อยู่ภายใต้กฎหมายสำคัญ ดังนี้

  1. พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 — กฎหมายหลักที่กำหนดเรื่อง Free Zone และสิทธิประโยชน์/ข้อบังคับ
  2. ประกาศ/ระเบียบกรมศุลกากร — กำหนดขั้นตอนการนำเข้า–ส่งออก และการควบคุมสินค้าใน Free Zone
  3. กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง — พระราชบัญญัติโรงงาน, กฎหมายสิ่งแวดล้อม, กฎหมายภาษีอากร

ขั้นตอนการดำเนินงานใน Free Zone

  1. ขออนุญาตจัดตั้งหรือเข้าร่วม Free Zone
  2. จัดเตรียมระบบควบคุมสินค้า (Inventory System)
  3. นำเข้าสินค้า (ได้รับยกเว้นภาษี)
  4. ผลิต / แปรรูป / จัดเก็บ
  5. ส่งออกสินค้า หรือจำหน่ายในประเทศ (ต้องเสียภาษีเมื่อออกนอกเขต)

ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เพิ่มเติม

ความแตกต่างกับคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse)

  • Free Zone — ใช้ผลิต + ไม่จำกัดเวลา
  • Bonded Warehouse — ใช้เก็บสินค้า + มีระยะเวลา

เหมาะกับธุรกิจประเภท

  • โรงงานส่งออก (Export Manufacturing)
  • โลจิสติกส์ / ศูนย์กระจายสินค้า
  • นักลงทุนต่างชาติ

ข้อควรระวัง

  • ต้องมีระบบควบคุมสินค้าที่เข้มงวด
  • ต้องรายงานข้อมูลต่อศุลกากรอย่างสม่ำเสมอ
  • หากนำสินค้าออกขายในประเทศ ต้องเสียภาษีตามปกติ

ต้องการคำปรึกษาด้านโลจิสติกส์?

ทีมผู้เชี่ยวชาญของ ESIS พร้อมให้บริการและคำปรึกษาแก่ธุรกิจของคุณ